วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

5 ของเด็ดราคาประหยัดครองใจหญิงไทย

         สวัสดีค่ะ! (พร้อมไหว้งามๆ อีกหนึ่งที) ที่ต้องทักทายแบบหญิงไทยใจงามก็เพราะว่า วันนี้เกรดดี้จะพาคุณสาวๆ ไปเนรมิตความงามด้วย 5 ของเด็ดราคาประหยัดครองใจหญิงไทย มาตั้งแต่สมัยคุณแม่ยังสาวยาวนานมาถึงคุณลูกวัยใส จะมีอะไรบ้างตามมาดูกันได้เลยค่ะ
 
1. ผงพิเศษ ตราร่มชูชีพ ราคา 12 บาท
เรื่องสิวต้องนึกถึงเลยค่ะ ตัวช่วยที่ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือ ผู้ชายแทบทุกคนต้องเคยลอง ยิ่งถ้าใครเป็นสิวอักเสบด้วยล่ะก็แต้มบริเวณสิวหัวหนองจะได้ผลดีมาก หลังจากแต้มทิ้งไว้เหมือนจะช่วยให้สิวแตกออกมาเร็วขึ้น หรือถ้าเป็นสิวที่ถูกบีบออกแล้วก็จะช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้น เพราะผงพิเศษมีตัวยาที่ใช้ฆ่าแบคทีเรีย สำหรับใครที่ยังไม่มีงบไปรักษาสิว ที่คลินิกลองบรรเทาสิวให้ยุบด้วยผงพิเศษ ตราร่มชูชีพ ก่อนได้เลยค่ะ
ผลลัพธ์ที่ได้หลังใช้ สิวอักเสบยุบลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เกรดดี้ไม่แนะนำให้ทาผงพิเศษทั่วทั้งหน้า ควรแต้มเฉพาะจุดที่เป็นสิวจะดี กว่า เพราะตัวผงจะดูดความชุ่มชื้นบนหน้า สิวเม็ดใหญ่จะยุบจริงแต่สิวเม็ดเล็กๆ จะกลายเป็นสิวอุดตันแทนได้นะคะ

2. สารส้ม ราคา 39 บาท 
สาวๆ คนไหนที่มีปัญหาใช้โรลออลแล้วยังมีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ออกมาให้กังวลใจ เกรดดี้แนะนำสารส้มขวดเดียวเอาอยู่ ข้อดีอีกอย่างที่น่าทึ่งก็คือ รักแร้ของคุณจะดูขาวขึ้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสารส้มที่สาวยุคใหม่บางคน ร้องยีไม่กล้าใช้ จะมีคุณสมบัติที่ดีขนาดนี้
ผลลัพธ์ที่ได้หลังใช้ รักแร้ดูขาวขึ้นไม่หมองคล้ำเหมือนตอนใช้โรลออน แต่ทั้งทีทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วยนะคะ เจอของไทยราคาถูกแบบนี้เกรดดี้ปลื้มสุดๆ เลยค่ะ

3. โพรมิน่า ราคา 75 บาท 
ครีมทาแล้วหน้าขาวคล้ายกับรองพื้น เนื้อครีมเป็นสีอ่อน เหนียวนิดหน่อยนะคะ ครั้งแรกที่ทารู้สึกได้เลยว่าดูเป็นธรรมชาติ ไม่ขาววอกเป็นหน้าลิงเหมือนกระดาษนะจ๊ะ วิธีใช้แตะครีมแล้วค่อยๆ เกลี่ยที่ใบหน้าก่อนนอน อ่อ...สำหรับสาวๆ ที่กลัวว่าโพมีน่าจะเป็นอันตรายต่อผิวหน้า หมดกังวลไปได้เลยค่ะ ครีมตัวนี้มีอย. ไม่มีสารปรอทเหมือนครีมอื่นๆ แถมยังมีสาวๆ บางคนนำมาทารักแร้ ช่วยให้ผิวใต้วงแขนขาวเนียนใสอีกด้วย สารพัดประโยชน์ขนาดนี้ สาวๆ ไม่ควรพลาด
ผลลัพธ์ที่ได้หลังใช้ ทำให้ผิวขาวใส รอยสิวจางลง บางวันยังมีคนทักว่าหน้าเด้งอีกด้วย...อิอิ

4. สีผึ้งแม่เลียบ ราคา 25 บาท
ตอนแรกต้องบอกเลยว่ามีเพื่อนเก้งเคยบอกกระซิบบอกว่า สีผึ้งแม่เลียบเค้าดีนะเธอ! แต่ตัวเราเป็นชะนีที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องปากมากก็เลยไม่ได้สนใจอะไร แต่เมื่อเวลาผ่านไปความแห้งแตกและสีปากของริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทำให้ถึงเวลาที่จะตามล่าหาตัวช่วยเพื่อริมผีปากกลับมาสวยเด้งดั่งเดิม
ผลลัพธ์ที่ได้หลังใช้ สัมผัสแรกที่ทาพูดเลยว่ากลิ่น สะพรึงมาก อารมณ์ประมาณไทยย้อนยุคทุกครั้งที่ทาเลยก็ว่าได้ แต่เชื่อมั๊ยว่าปากที่เคยแห้งแตกกลับชุ่มชื้นและนุ่มขึ้นมาก เมื่อใช้ไปสักระยะสีปากที่คล้ำจางลงด้วยค่ะ

5. เต่าเหยียบโลก 30 บาท
ยังไม่จบเรื่องใต้วงแขน สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องเหงื่อเปียกรักแร้จนไม่กล้ายกแขนขึ้น ลองใช้เต่าเหยียบโลกแล้วคุณจะรู้เลยว่ารักแร้แห้งไม่มีกลิ่นยาวนานตลอดทั้ง วันเป็นอย่างไร บางคนยังบอกด้วยว่าใช้แล้วรักแร้ดูขาวขึ้น ตอบโจทย์ขนาดนี้ต้องรีบซื้อแล้วค่ะ
ผลลัพธ์ที่ได้หลังใช้ ดับกลิ่นตัวหายเกลี้ยง เหงื่อลดน้อยลง ใช้ง่ายทาแล้วเสื้อไม่เป็นคราบ สามารถใส่เสื้อได้เลยไม่ต้องรอให้แห้งเหมือนทาโรลออนค่ะ
เห็นมั๊ยคะว่าของดีราคาประหยัดรวมแล้วไม่ถึง 200 บาทก็ช่วยสร้างความสวยให้กับคุณได้ สาวๆ คนไหนลองใช้แล้วอย่าลืมมาอัพเดทกันบ้าง ครั้งหน้าสวยบอกต่อจะมีอะไรมาแนะนำ อย่าลืมติดตามชมกันนะคะ

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558

ไม่รู้ไม่ได้แล้ว! นี่แหละ 3 อาหารเสริมที่คนญี่ปุ่นบอกเลยว่า “สุโก้ย!”

ไม่รู้ไม่ได้แล้ว!... นี่แหละ 3 อาหารเสริมที่คนญี่ปุ่นบอกเลยว่า “สุโก้ย!”

ใครๆ ก็รู้ว่าคนญี่ปุ่นเป็นชาติที่มุ่งมั่น จริงจัง ช่างเลือกและเนี้ยบในทุกๆเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องอาหารการกิน หากลองสังเกตุดีๆ เมนูต่างๆบนโต๊ะอาหารของคนญี่ปุ่นในแต่ละมื้อนั้นเรียกว่าเป๊ะและครบครัน สุดๆ!

ถึงจะเป๊ะแค่ไหน แต่ด้วยภาระหน้าที่การงานของคนญี่ปุ่นที่ต้องแข่งขันอย่างสูงในแต่ละวัน อาจทำให้ไม่สามารถทานอาหารที่มีสารอาหารเท่ากับที่ร่างกายต้องการได้ เพราะฉะนั้นคนญี่ปุ่นก็เลยนิยมกินอาหารเสริมควบคู่ไปกับอาหารหลักด้วย เพราะกินอาหารดีและกินวิตามินดี ก็ยังนั้นดีกว่าปล่อยร่างกายพังและต้องไปทานยารักษาโรคภายหลัง!

เรามาดูกันดีกว่าว่าอาหารเสริมที่คนญี่ปุ่นนิยมกิน มีอะไรบ้างนะ!

1. “อนุพันธ์วิตามินบี 1” ซุปเปอร์ฮีโร่บำรุงร่างกาย

ตั้งแต่ ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ความขยันและทุ่มเทในการทำงานถือเป็นเอกลักษณ์ของคนญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้.. รู้มั้ยว่าชาวญี่ปุ่นทุ่มเททำงานหนักชนิดที่ว่า เข้างานก่อนแปดโมงเช้า และเลิกงานหลังสี่ทุ่ม วันๆนึงทำงานไม่ต่ำกว่า 12 ชม. กันเลยทีเดียวเพื่อที่จะมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้เป็นที่หนึ่งให้ได้

และ นิสัยการทำงานหนักแบบนี้ก็เป็นกันทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าหรือลูก น้องก็ตาม จนคนญี่ปุ่นหลายคนต้องเจอกับคำว่า “โรคคาโรชิ” (Karochi syndrome)” ซึ่งเรียกง่ายๆก็คือ โรคของคนทำงานที่ทำงานหนักจนตายนั่นเอง โอ้โห..ฟังแล้วโหดสุดๆ

และด้วยไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตที่หนักหน่วง แบบนี้ คนญี่ปุ่นเลยนิยมใช้ตัวช่วยพิเศษเพื่อดูแลตัวเองโดยการกินวิตามินบี 1 เพื่อฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า แต่ถ้าจะเอาแบบที่ดูดซึมเข้าสู้ร่างกายได้ดีสุดๆ คนญี่ปุ่นจะนิยมกิน “อนุพันธ์วิตามินบี1” อย่างต่อเนื่อง แค่นี้ร่างกายก็จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าการทานวิตามินบี1 แบบทั่วๆไป เพราะงั้นต่อให้คนญี่ปุ่นจะทำงานเหนื่อยหรือสังสรรค์หนักแค่ไหน เช้ามาก็สดใสหายห่วง!

2. วิตามินอี ราชินีบำรุงผิวสวย
หลาย คนคงต้องก็ต้องยอมรับในความขาวใสอ่อนกว่าวัยของสาวญี่ปุ่น รู้มั๊ยว่าผิวหน้าเด็ก และขาวใสแบบเป็นธรรมชาติดุจน้ำนมของสาวญี่ปุ่นนี่เกิดจากเคล็ดลับความงามที่ปฏิบัติต่อๆกันมานานเชียวล่ะ

เคล็ด ลับความงามของสาวๆญี่ปุ่นนั้น เริ่มต้นจากการดีท็อกซ์ร่างกายด้วยการอาบน้ำแร่ แช่ออนเซน (ถ้าจะให้ดีน้ำแร่ต้องผสมเปลือกส้มแมนดารินเพื่อเติมความชุ่มชื่นให้กับผิว ด้วยนะ)

แต่สำหรับสาวๆที่ไม่ได้มีเวลาไปอาบน้ำแร่อยู่บ่อยๆก็จะใช้ วิธีกินอาหารเสริมเพื่อบำรุงผิว เช่น น้ำมันรำข้าวที่มีวิตามินอีสูง และยังนิยมใช้ “รำข้าว” ที่เรียกว่า “Shiro Nuka” ในการทำความสะอาดผิวหน้าอีกด้วย เพราะเจ้า“Shiro Nuka” มีระดับวิตามินอีสูงมาก เรียกได้ว่ารักเจ้าวิตามินอีกันสุดๆไปเลย

และ หากไม่สามารถที่จะทานอาหารที่มีวิตามินอีได้ ก็เสริมด้วยการทานกินวิตามินอีเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวแทน นี่แหละเคล็ดลับผิวสวยเนียนใสของสาวๆแดนอาทิตย์อุทัยเค้าล่ะ

3. พ่อมดสมองดี ได้ด้วยวิตามินบีและแกมมา ออริซานอล

นอกจากการทำงานหนักจะทำให้คนญี่ปุ่นร่างพังแล้ว ผลของมันยังทำให้เกิดอาการสมองล้าจากความเครียดที่สะสมด้วย เพราะฉะนั้นคนญี่ปุ่นก็ต้องให้ความใส่ใจดูแลสมองไม่แพ้กับการดูแลร่างกาย

ใน อาหารมื้อปกติคนญี่ปุ่นนิยมดื่มชาเขียว (มัตชะ) ที่จะช่วยให้สมองปลอดโปร่งและมีสมาธิ ว่ากันว่ามัตชะคือเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้พระสงฆ์ญี่ปุ่นสามารถนั่งสมาธิได้นาน นี่เอง เพราะชาเขียว
แต่การกินแค่เห็ดกับชาเขียวทุกวันก็อาจจะให้รู้สึกว่ายังบำรุงสมองได้ไม่ เต็มที่ คนญี่ปุ่นเลยเลือกกินวิตามินบีรวมเสริมอัดแน่นเข้าไปอีก โดยเฉพาะวิตามินบี1, วิตามินบี6 และวิตามินบี12 ทั้ง 3 ตัวนี้จะช่วยกันทำให้ระบบประสาทต่างๆนั้นทำงานดีขึ้น แถมยังเพิ่มเรื่องแกมมา ออริซานอล ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในเมล็ดพืชทั่วไปแต่พบว่ามีปริมาณมากที่สุดในเมล็ดข้าว หรือที่เป็นที่รู้จักกันคือน้ำมันรำข้าวนั่นเอง

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระแบบเข้มข้น นอกจากนี้ยังสามารถเสริมทำให้การทำงานของวิตามินบีต่างๆ ดีขึ้นอีกด้วยได้อีกด้วย

เห็นมั้ยว่าถึงจะเป็นอาหารหลักหรืออาหารเสริมคนญี่ปุ่นก็ฉลาดในการเลือกกินสุดๆ เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากสวย สุขภาพดีแบบคนญี่ปุ่นก็อย่าลืมเลือกกินสิ่งที่ดีๆแบบนี้กันนะ

นับวันยิ่งเป๊ะ! พัฒนาการความสวยของ วุ้นเส้น

สวยแซ่บไม่แพ้ก่อนแต่งงาน วุ้นเส้น วิริฒิพา กับผลงานถ่ายแบบชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ครั้งแรกในนิตยสารแพรว ที่หนุ่มๆ ต้องร้องว้าว! เห็นแล้วอดอิจฉาคุณสามีสุดหล่อ ชาคริต แย้มนาม ซะจริงๆ


ย้อนกลับไปเมื่อสมัย วุ้นเส้น เข้าวงการแรกๆ จะสังเกตได้ถึงเอกลักษณ์สาวแก้มป่อง ผิวขาวมีออร่า รูปร่างอวบ กับสไตล์การแต่งตัวนุ่ง สั้นจนเป็นซิกเนเจอร์ประจำตัวไปแล้ว แต่หลังๆ ความสวยของเธอนั้นเพิ่มมากขึ้น ดูจากความผอมเพรียวของรูปร่างที่เธอหันมาใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้นด้วยการออก กำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ส่วนเรื่องความสวยของหน้าตาที่เป๊ะขึ้นนั้น มาจากการดัดฟันแบบใส ที่เธอบอกไว้ว่า
"ตัวเองไม่กล้าทำหรอกศัลยกรรม ให้ทำโน่นทำนี่ทำจมูกเอาอะไรยัดเข้าไปไม่เอาหรอก หรือให้ไปฉีดโบท็อกซ์เพื่อให้หน้าเรียวลงก็ไม่เอา เพราะมันจะทำให้หน้าแข็งแต่วุ้นก็ไม่ได้แอนตี้คนที่เขาไปฉีดมานะ เพราะบางคนอาจจะฉีดแล้วสวยก็ได้ แต่สำหรับวุ้นแค่ดัดฟันนี่ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว วุ้นดัดฟันที่ดัดฟันใสๆ ไม่ใช่เหล็กดัดฟัน เพราะรู้สึกว่าหน้ายังไม่สวยพอฟันไม่สวยพอก็ต้องถอนฟันและดัดฟัน วุ้นถอนฟันคุดออก 4 ซี่และดัดฟันเลยทำให้หน้าดูเรียวลงเพราะมันเข้าที่แล้วไง ถึงจะเสียเงินเป็นแสนก็ต้องยอมเพราะเราทำอาชีพขายหน้าตา"


สาวๆ ที่จะสวยเป๊ะอย่าง วุ้นเส้น วิริฒิพา เริ่มจากการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายให้สวยจากภายในก่อนดีกว่า สำหรับใครที่อยากจะเห็นพัฒนาการความงามของนาง ตามมาดูพร้อมๆ กันได้เลย