วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เมื่อสตรีมีอารมณ์...แต่เกิดปัญหาภัย(ช่องคลอด)แล้ง

คอลัมน์ คุยกับหมอพิณ
โดย พ.ญ.พิณนภางค์ ศรีพหล


สวัสดีค่ะ ช่วงนี้บ้านเรากำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ฝนไม่ตก พื้นดินขาดน้ำ แห้งแตก ถนนทรุด
หัวข้อที่จะคุยกันวันนี้ เราจะมาคุยเกี่ยวกับอะไรที่แห้ง ๆ แล้ง ๆ กันนะคะ
รู้หรือไม่คะว่า คุณผู้หญิงก็สามารถประสบปัญหา ความแล้ง ความแห้งได้เช่นกัน
นั่นคือภาวะช่องคลอดแห้งค่ะ แม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับดินฟ้าอากาศก็ตาม
ภาวะช่องคลอดแห้ง ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนค่ะ
นั่นก็เพราะ พอคุณผู้หญิงเข้าสู่ช่วงหมดประจำเดือน รังไข่ หรือโรงงานผลิตไข่ได้ปิดตัวลง ผลิตภัณฑ์ที่โรงงานนี้เคยสร้างได้ อย่างฮอร์โมนเพศหญิง หรือฮอร์โมนเอสโตรเจน ก็จะขาดตลาดด้วยเช่นกัน
การที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ก็จะส่งผลทำให้ช่องคลอดแห้ง ผนังช่องคลอดบางลง และยืดหยุ่นน้อยลง
นอกจากภาวะช่วงหมดประจำเดือนแล้ว สาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดแห้ง ยังเกิดจากการเล้าโลมที่ไม่เพียงพอ
การสวนล้างช่องคลอด ช่วงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร การแพ้ยาหรือการใช้ยาบางชนิดค่ะ
ช่องคลอดแห้งอาจไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตนอกเตียงของคุณผู้หญิงมากนักค่ะ
แต่มักเป็นปัญหาเวลามีเพศสัมพันธ์กันค่ะ เพราะสามารถมีอาการเจ็บหรือแสบ ขณะมีเพศสัมพันธ์ได้
นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เกิดอาการ ตกขาว คันได้อีกด้วยค่ะ
การรักษาภาวะช่องคลอดแห้ง สามารถรักษาได้ด้วยยาฮอร์โมนชนิดที่ทาเฉพาะที่ค่ะ หรือยาทานค่ะ
แต่ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ย้ำ 38 ครั้งตรงนี้ว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นควรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาค่ะ เพราะยาพวกนี้มันไม่ควรจะใช้ในระยะยาว
และการซื้อหายามาทานเองและทาเอง หรือใช้แบบผิด ๆ (เพื่อเพิ่มภาวะอกฟู รูฟิตเปรี๊ยะ)
อาจทำให้ได้รับฮอร์โมนให้ปริมาณที่สูงเกินไป อาจทำให้เกิดมะเร็งมดลูก และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ค่ะ
นอกจากนี้การใช้สารหล่อลื่น KY Gel และการเล้าโลม โหมโรง กล่าวบทนำกันให้เพียงพอค่อยเริ่มปฏิบัติการ ก็สามารถช่วยแก้ปัญหานะคะ
และหลีกเลี่ยงการใช้สบู่น้ำหอม การสวนล้างช่องคลอด หรือทาโลชั่นบริเวณดังกล่าวด้วยค่ะ
อาการช่องคลอดแห้ง อาจไม่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคุณ แต่ถ้ามันส่งผลกระทบ เช่น มีอาการคันแสบ หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ อย่าอายหมอนะคะ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่ "ถูกต้อง" ค่ะ
เพื่อความชุ่มชื้นจะได้กลับคืนมา ไม่ต้องทนกับสภาวะภัยแล้งอีกต่อไป สวัสดีค่ะ

งานวิจัยชี้แต่งงานอายุ 28-32 ปี ชีวิตคู่จะยืนยาว

นักสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยยูทาห์ สหรัฐอเมริกา เผยผลศึกษาพบว่า ช่วงอายุระหว่าง 28-32 ปี เป็นวัยที่เหมาะสมต่อการแต่งงานมากที่สุด เพราะเป็นช่วงวัยที่เท่าทันความรู้สึกของตัวเอง พบทางเดินชีวิตและมีความรับผิดชอบในระดับหนึ่ง งานวิจัยพบด้วยว่าผู้ที่แต่งงานหลังอายุ 32 ปี อัตราหย่าร้างเพิ่มขึ้น ขณะที่คู่รักวัยรุ่นอายุ 15-19 ปื เลิกรากันมากที่สุด

เว็บไซต์นิตยสารไทม์รายงานผลการศึกษาของ นิค วูล์ฟฟิงเกอร์ นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยยูทาห์ สหรัฐฯ พบว่า ช่วงอายุที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่คือ 28-32 ปี โดยผู้วิจัยนำข้อมูลการสำรวจสภาวะครอบครัวชาวอเมริกันระหว่างปี 2006-2010 และ 2011-2013 มาวิเคราะห์ และพบว่าคู่แต่งงานที่อยู่ในช่วงวัยนี้มีอัตราการหย่าร้างต่ำกว่าผู้ที่แต่ง งานในช่วงวัยอื่น โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีแรกหลังจากแต่งงานมีอัตราการแยกทางน้อยมาก
ไทม์ระบุว่าผลการวิจัยซึ่งได้รับการเผยแพร่ในเว็บไซต์ Family Studies ของสถาบันวิชาการด้านการศึกษาสภาวะครอบครัว เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2558 ถือเป็นองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ เพราะที่ผ่านมาเรามักเชื่อกันว่าการแต่งงานช้าจะนำไปสู่ชีวิตคู่ที่ยั่งยืน
วูล์ฟฟิงเกอร์อธิบายว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า อัตราการหย่าร้างจะสูงขึ้นในช่วงอายุปลาย 30 ถึงต้น 40 โดยหลังจากอายุ 32 ปี โอกาสที่จะเกิดการหย่าร้างจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี เขาชี้ว่าเหตุผลที่คนวัย 28-32 ปี เหมาะที่จะแต่งงานนั้นมีหลายข้อ เช่น
-คนวัยนี้โตพอที่จะรู้เท่าทันความรู้สึกของตัวเองว่าเข้ากับอีกฝ่ายหนึ่งได้จริงหรือเป็นแค่ความพลุ่งพล่านของฮอร์โมน
-เขาหรือเธอได้เลือกเส้นทางชีวิตที่ตัวเองต้องการแล้ว และเริ่มมีความรับผิดชอบต่อเรื่องต่างๆ
-มีความมั่นคงทางการเงินในระดับหนึ่ง
-ยังไม่แก่เกินไปที่จะปรับตัว ปรับนิสัย ไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตประจำวัน ฯลฯ ให้เข้ากับอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการใช้ชีวิตคู่
-ส่วนมากคนวัยนี้ยังไม่เคยแต่งงานหรือมีลูกติดทำให้ไม่ต้องแบ่งเวลาเพื่อไปดูแลลูก
"บางคนอาจเรียกการศึกษานี้ว่าเป็น ‘ทฤษฏีโกลดิล็อคส์ของการแต่งงาน’ ที่คู่แต่งงานต้องไม่เด็กหรือแก่จนเกินไป นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายเหตุผลสนับสนุนว่าช่วงอายุ 20 ตอนปลาย และ 30 ตอนต้น เป็นระยะที่ดีในการเริ่มต้นชีวิตคู่กับใครสักคน” นักสังคมวิทยาจาก มหาวิทยาลัยยูทาห์ สหรัฐฯ กล่าว
วูล์ฟฟิงเกอร์กล่าวอีกว่า คู่แต่งงานที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ ส่วนมากมักเป็นคู่ที่รู้นิสัยใจคอกัน
ขณะที่ ฟิลลิป โคเฮน นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ กลับมีข้อมูลที่ต่างออกไป เขาอ้างข้อมูลจากการสำรวจสภาพสังคมอเมริกันที่ชื่อ American Community Survey ที่พบว่าคู่แต่งงานสูงวัยมักมีการเปลี่ยนแปลงชีวิตแต่งงานน้อยที่สุด
โดยอายุที่เหมาะสมแก่การมีชีวิตคู่และเลิกรากันน้อยที่สุดคือช่วงวัย 45-49 ปี แต่ช่วงวัย 15-19 จะเกิดการหย่าร้างมากที่สุด รองลงมาคือช่วงวัย 20-24 ปี 25-29 ปี และ 35-39 ปี ตามลำดับ นอกจากนี้ ปัจจัยที่โคเฮนเชื่อว่าช่วยให้ชีวิตคู่ยืนยาวยังได้แก่ ความมั่นคงด้านการเงิน การศึกษาที่ดี การหมั้นก่อนย้ายมาอยู่ด้วยกัน และการแต่งงานก่อนมีบุตร ล้วนมีส่วนทำให้คู่แต่งงานมีชีวิตคู่ที่ยืนยาว

ฮ่องกงยังอึ้ง! ยก มาดามแป้ง เทียบชั้น แคนดี้ หลาว สุดยอดสาวหน้าเด็กตลอดกาล!!

สวยไม่เกรงใจใคร เเม้อายุจะเหยียบเข้าหลัก 5 เเล้วก็ตาม สำหรับนางฟ้าเเห่งวงการลูกหนังไทย มาดามเเป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมนักฟุตบอลหญิง ทีมชาติไทย ที่ได้ชื่อว่าสาวสวยสองพันปี สวยใสหน้าเด็กเว่อร์จนสาวๆ รุ่นหลังยังอาย เเต่ทั้งนี้ออร่าความสวยของมาดามเเป้ง ไม่ได้โด่งดังอยู่ที่บ้านเราเพียงอย่างเดียว เเต่ยังเเพร่กระจายไปไกลถึงฮ่องกง ถึงขนาดที่สื่อออนไลน์ชื่อดังของฮ่องกงอย่าง on.cc ยังหยิบยกไปนำเสนอ

โดยทาง on.cc ได้ยกมาดามแป้ง มาเปรียบเทียบกับนางเเบบสาวลูกสอง วัย 50 ปีเเต่ยังสวยเซียะ อย่าง แคนดี้ หลาว ที่เพิ่งปรากฎเป็นข่าวดังฮือฮาถึงเรื่องความสวยเเละหน้าเด็กตลอดกาลไปก่อนหน้านี้ ว่าสวยกินกันไม่ลง พร้อมยกให้เป็นตัวอย่างผู้หญิงยุคใหม่ที่ดูเเลเเละใส่ใจในเรื่องความสวยความงามของตัวเอง