วันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2560

5 เครื่องสำอางที่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น


5 เครื่องสำอางที่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น

5 เครื่องสำอางที่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น

เมื่อพูดถึงเครื่องสำอาง แน่นอนว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเครื่องสำอางชนิดไหนควรเก็บไว้ในตู้เย็นบ้าง เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงยกตัวอย่าง 5 เครื่องสำอางที่ควรเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อยืดอายุการใช้งานมาฝากกัน ซึ่งเมื่อรู้แล้ว ก็อย่าลืมเก็บเครื่องสำอางไว้อย่างถูกวิธีกันด้วย

1.อายไลเนอร์
อายไลเนอร์ เครื่องสำอางสำหรับเขียนขอบตา เพื่อให้ดวงตาดูคมกริบและมีเสน่ห์น่าดึงดูดมากขึ้น ซึ่งก็มีความสำคัญในขั้นตอนการแต่งหน้า มากทีเดียว และสำหรับเคล็ดลับที่จะทำให้คุณเขียนอายไลเนอร์ได้อย่างสวยเป๊ะ คมกริบมากขึ้นนั้น ควรแช่อายไลเนอร์ไว้ในตู้เย็นจะดีที่สุด เพราะจะเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้เขียนง่าย แถมยังช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย

2.ครีมบำรุงผิวหน้า
ครีมบำรุงผิวหน้า เป็นอีกหนึ่งในเครื่องสำอาง ที่ควรเก็บไว้ในตู้เย็นเช่นกัน เพราะจะช่วยให้เก็บรักษาไว้ได้อย่างยาวนานมากขึ้น และสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ดีกว่าเดิมเป็นสองเท่าเลยทีเดียว ดังนั้นอย่าลืมนำครีมบำรุงผิวตัวโปรดของคุณมาเก็บไว้ในตู้เย็นด้วยล่ะ


3.อายครีม
 อายครีม ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องสำอางที่ควรเก็บไว้ในตู้เย็นเหมือนกัน เพราะความเย็นจะช่วยกระตุ้นให้อายครีมมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และช่วยลดการบวมของถุงใต้ตาได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังช่วยให้รู้สึกเย็นสบายตา สามารถลดอาการเหนื่อยล้าของดวงตาได้ดี นอกจากนี้ ก็เป็นวิธีที่จะยืดอายุการใช้งานของอายครีมได้อีกด้วย

4. ดินสอเขียนขอบตา
การเก็บดินสอเขียนขอบตาไว้ในตู้เย็น ไม่เพียงแต่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของดินสอเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สามารถใช้ดินสอเขียนขอบตาได้อย่างง่ายดายและได้เส้นที่ดูเด่น ชัด คมกริบขึ้นอีกต่างหาก ลองทำตามกันดูสิ แล้วคุณจะพบว่าดินสอแท่งเดิมแต่ประสิทธิภาพในการใช้งานสูงขึ้นจนเห็นถึงความ แตกต่างเลยทีเดียว

5.น้ำหอม
เชื่อว่าหลายคน คงยังไม่รู้ใช่ไหม ว่าการเก็บน้ำหอมนั้นควรเก็บไว้ในตู้เย็นมากกว่าในอุณหภูมิห้อง เพราะจะทำให้มีกลิ่นที่หอมยาวนาน และมีประสิทธิภาพสูง สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าเลยทีเดียว ซึ่งจากการวิจัยพบว่า การเก็บน้ำหอมไว้ในตู้เย็นอาจใช้ได้นานขึ้นถึง 5 ปีเชียวล่ะ
และนี่ก็คือเครื่องสำอางที่ควรเก็บไว้ในตู้เย็นมากที่สุด เพราะจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องสำอางนั้นๆ ได้ดี เพราะฉะนั้นเมื่อรู้แบบนี้แล้ว สาวๆ ทั้งหลายอย่าลืมเก็บเครื่องสำอางเหล่านี้อย่างถูกวิธีกันด้วยล่ะ

ชวนสาวๆ มาทำคาราเมลที่หอมหวานด้วยวิธีต่างๆ กัน!



ชวนสาวๆ มาทำคาราเมลที่หอมหวานด้วยวิธีต่างๆ กัน!

ชวนสาวๆ มาทำคาราเมลที่หอมหวานด้วยวิธีต่างๆ กัน!

ในขนมมากมายหลายชนิดที่สาวๆ อาจจะเคยได้ลองชิม หรือยังไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสชาติต่างก็มี คาราเมล เป็นส่วนประกอบ ซึ่งเจ้าคาราเมลที่ว่านี้มีลักษณะเป็นซอสออกสีน้ำตาลทอง รสชาติหวาน และมีความเหนียวไว้ราดสำหรับเพิ่มรสชาติให้กับขนมที่พวกเราชื่นชอบ โดยส่วนใหญ่จะเป็นขนมสัญชาติฝรั่ง อาทิ พุดดิ้ง พาย เค้ก หรือแม้แต่ไอศกรีม โดยคาราเมลที่มีรสชาติหอมหวานนี้บอกเลยว่าทำได้ไม่ยาก ก็เลยจะมาบอกวิธีทำกัน จะเป็นยังไง ? เลื่อนลงไปอ่านได้เลย

ทำ คาราเมล ด้วยวิธีการต้ม
มาเริ่มต้นกันด้วยการทำคาราเมลในแบบวิธีแรกที่เป็นการต้ม ส่วนใหญ่วิธีนี้มักจะใช้ทำกันที่บ้าน ทำแล้วก็จะไม่ทำให้น้ำตาลไหม้จนเสียรส ถึงแม้ว่าจะใช่เวลานานค่อนข้างนานกว่าวิธีต่อไป แต่ก็ทำให้ได้รสชาติที่ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น

เตรียมส่วนผสม
1 น้ำตาลทรายขาว 2 ถ้วยตวง

2 น้ำ ½ ถ้วยตวง

3 น้ำมะนาว หรือครีมออฟทาร์ทาร์ ¼ ช้อนชา

วิธีทำ
1 เทน้ำประมาณ ½ ถ้วยตวงลงในหม้อ จากนั้นจึงผสมน้ำตาลทรายขาวลงไป แนะนำให้ใช้เป็นหม้อโลหะ มีปากขอบสูง และมีก้นหนา รวมถึงการเลือกใช้หม้อโลหะที่มีสีอ่อน อย่าง แสตนเลส จะช่วยให้เห็นสีของคาราเมลได้อย่างชัดเจน

2 น้ำหม้อที่เราผสมน้ำและน้ำตาลเอาไว้ขึ้นตั้งไฟปานกลางกึ่งแรง ใช้ช้อนไม้ หรือพายซิลิโคนคนจนกว่าน้ำตาลจะลายจนหมด กลายเป็นสีใสๆ

3 ใส่น้ำมะนาว หรือครีมออฟทาร์ทาร์ลงไปในน้ำตาลที่ละลายแล้ว แนะนำให้ผสมน้ำลงไปเล็กน้อยก่อนเทลงในหม้อคาราเมล เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาลจับตัวกันเป็นก้อนอีก

4 รอให้น้ำตาลละลายจนหมดและน้ำเริ่มเดือด จากนั้นจึงหยุดคน

5 ลดไฟลงให้เหลือไฟกลาง แล้วปล่อยให้เดือดต่อประมาณ 8 - 10 นาที แต่อย่าให้เดือดจัด

6 สังเกตสีของคาราเมลที่เริ่มเปลี่ยนไป โดยน้ำตาลที่ละลายแล้วจะเริ่มเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีทองอ่อน จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีอำพันเข้ม โดยที่สีของน้ำตาลจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างเร็วมาก ฉะนั้นควรสังเกตให้ดี หากคาราเมลเกิดไหม้นั้นจะทานไม่ได้ ต้องทิ้งทันที

7 เมื่อสังเกตเห็นว่าคาราเมลในหม้อนั้นมีสีเท่ากันทั้งหมดแล้วให้หยุดการไหม้ ของน้ำตาล โดยการปิดไฟและยกหม้อออกจากเตาไปวางในน้ำเย็นจัดประมาณ 10 วินาที เมื่อครบเวลาที่กำหนด ให้นำคาราเมลไปใช้ทันที



ทำ คาราเมล ด้วยวิธีการคั่ว

เตรียมส่วนผสม
1 น้ำตาลทรายขาว

วิธีทำ
1 เทน้ำตาลลงในหม้อที่มีก้นหนา ประมาณ 1 - 2 ถ้วยตวง หรือตามปริมาณคาราเมลที่สาวๆ ต้องการ

2 ตั้งหม้อบนไฟกลาง จากนั้นจึงเริ่มคั่วน้ำตาล โดยให้สังเกตสีของน้ำตาลดีๆ ในขณะที่คั่ว ซึ่งน้ำตาลจะเริ่มละลายจากขอบ สีของน้ำตาลจะเริ่มเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลทอง

3 ในขณะที่น้ำตาลเริ่มละลายก็ต้องไม่ต้องแปลกใจไป หากน้ำตาลบางส่วนจะละลาย แต่บางส่วนยังคงเป็นก้อนอยู่ ให้ลดไฟลง จากนั้นก็ให้คนไปเรื่อยๆ จะช่วยให้คาราเมลไม่ไหม้ในตอนที่รอให้น้ำตาลละลายทั้งหมด

4 เมื่อคนไปได้สักพัก ให้สังเกตสีของคาราเมลให้ดีจนกว่าจะได้สีที่เราต้องการ สีของคาราเมลต้องไม่อ่อนและไม่เข้มจนเกินไป สีของคาราเมลที่ดีจะต้องมีสีอำพันคล้ายกับสีของเหรียญทองแดงเก่า

5 เมื่อได้ที่ ให้ยกหม้อคาราเมลออกจากเตาทันที แล้วเทลงในภาชนะที่เตรียมไว้ เนื่องจากในหม้อยังมีความร้อนอยู่ หากเราปล่อยไว้ คาราเมลอาจเปลี่ยนจากได้เป็นไหม้ก็จะไม่สามารถนำไปใช้งานได้ ต้องทิ้งอย่างเดียว

เสร็จสิ้นไปแล้วกับวิธีการทำคาราเมลทั้ง 2 แบบที่มาฝากกัน ลองเอาไปทำตามกันดู เชื่อได้ว่าผู้ที่ชื่นชอบการทานขนม หรือคนที่ชอบทำขนมจะต้องปลื้มปริ่มกับสิ่งที่เราหามาฝากอย่างแน่นอน ...

5 ประโยชน์ของกล้วยมีดีต่อความสวยอย่างน่าทึ่ง !


5 ประโยชน์ของกล้วยมีดีต่อความสวยอย่างน่าทึ่ง !

5 ประโยชน์ของกล้วยมีดีต่อความสวยอย่างน่าทึ่ง !

กล้วยเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยสารอาหาร ช่วยบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ กล้วยยังช่วยบำรุงความสวยความงาม ให้กับผิวพรรณและร่างกายของเราได้ดีอีกด้วย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากบำรุงให้ผิวสวยสดใส สุขภาพดี มีรูปร่างที่กระชับ ลองมาดูสรรพคุณในด้านความสวยของกล้วยกันดีกว่า

1.บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
กล้วยเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยน้ำ แถมมีใยอาหารอยู่ในปริมาณที่สูง ไฟเบอร์ในกล้วยนั้นมีหน้าที่ในการดักจับไขมัน น้ำตาล และขจัดสารพิษต่าง ๆ ออกไปจากร่างกาย ทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกายดีขึ้น ในกล้วยยังเต็มไปด้วยวิตามินบี 3 มีคุณสมบัติในการลดผิวหนังอักเสบ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ดังนั้น หากอยากมีผิวสวย แนะนำให้สาวๆ ทานกล้วยเป็นประจำค่ะ

2.ทำให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์ ลดริ้วรอยได้
เพราะในกล้วยอุดมไปด้วยสารโพแทสเซียม โดยมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดเกิดการไหลเวียนดีขึ้น ส่งผลดีทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีสุขภาพดี แถมสารอาหารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในกล้วยยังช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ทำให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ ผิวพรรณจึงอ่อนเยาว์กว่าวัยอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญกล้วยยังช่วยแก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ปกป้องผิวจากปัญหาริ้วรอยต่าง ๆ ได้อีกด้วย


3.ช่วยลดน้ำหนัก
จัดว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีอีกข้อ หนึ่งของกล้วย ในกล้วยนั้นมีวิตามินบี 3 กับ บี 2 ที่ช่วยเร่งระบบการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ เมื่อทานกล้วยเข้าไปจะทำให้อิ่มท้องนานขึ้น การทานกล้วยในตอนเช้ายังช่วยลดความอยากทานของหวานลงได้ด้วย แถมกล้วยยังเป็นผลไม้ที่มีแคลอรีต่ำ จึงเป็นผลไม้ลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมอย่างมากทีเดียว

4.เร่งผมยาว
ในกล้วยนั้นเต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ จึงส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย กระตุ้นให้เกิดเซลล์ใหม่ สำหรับสาวคนไหนที่อยากเร่งผมให้ยาว หรือต้องการมีสุขภาพผมที่ดีแล้วละก็ ลองรับประทานกล้วยเป็นประจำ ร่างกายจะได้ดูดซึมสารอาหารที่ดี เพื่อไปช่วยบำรุงเส้นผม ลดการหลุดร่วงของเส้นผม และยังสามารถใช้กล้วยผสมกับน้ำผึ้งเพื่อหมักผมให้นุ่มสลวยได้อีกด้วย

5.ปรับอารมณ์
น้ำตาลที่มีอยู่ในกล้วยจะช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้สาว ๆ อารมณ์ดีหายหงุดหงิด แร่ธาตุโพแทสเซียมและวิตามินบี 6 ที่มีอยู่ในกล้วย ยังช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายช่วยลดอาการอ่อนเพลียได้เป็นอย่างดี จึงช่วยลดอาการอารมณ์เสียในวันนั้นของเดือนได้เป็นอย่างดี
กล้วยเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน นอกจากนี้ยังเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารที่หลากหลายในการช่วยบำรุงความงาม ทำให้ผิวพรรณกระจ่างใส แก้ปัญหาริ้วรอย ทำให้ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอและช่วยลดน้ำหนัก ทำให้หุ่นสวยได้ มีดีมากมายเพียงนี้แล้ว สาวๆ ห้ามพลาดกันเลยเด็ดขาด