วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559

วิธีดูแลส้นเท้าแตกในช่วงหน้าหนาว

สำหรับสาวๆ ที่นิยมตามแฟชั่นการแต่งกาย แน่นอนว่าจะต้องใส่ใจในเรื่องของการแต่งกายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะแฟชั่นรองเท้าที่ช่วงนี้นิยมการใช้รองเท้าเปิดส้น ดังนั้น ปัญหาส้นเท้าแตกจึงเป็นดั่งปัญหาโลกแตกของสาวๆ กลุ่มนี้เลยก็ว่าได้
วันนี้เราขอเอาใจสาวกลุ่มนี้ด้วยการแบ่งปันเนื้อหาดีๆ มากมาย ซึ่งเกี่ยวกับข้อควรทำและไม่ควรทำ เพื่อการรักษาส้นเท้าแตกในหน้าหนาวให้ได้ลองทำตามกันดูดังนี้ค่ะ
วิธีดูแลส้นเท้าแตกในช่วงหน้าหนาว
วิธีดูแลส้นเท้าแตกในช่วงหน้าหนาว
สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อส้นเท้าแตก
- ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายมีน้ำหนักที่มากจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้ส้นเท้าต้องรับน้ำหนักมากจนอาจทำให้ส้นเท้าแตกมากกว่าเดิม
- ไม่ควรให้ส้นเท้าแตกโดนน้ำบ่อยๆ เพราะจะยิ่งทำให้รอยแผลที่ส้นเท้าหายได้ยาก
- ไม่ควรอยู่ในห้องหรือสถานที่ที่มีอากาศเย็นมากเกินไป เนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นมากจะทำให้ผิวแห้งง่าย
- ไม่ควรยืนเป็นเวลานานบนพื้นที่มีความแข็ง อย่างพื้นซีเมนต์ เพราะจะทำให้ส้นเท้าแตกเพิ่มขึ้น
- หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นเปิดทุกครั้งที่จะต้องเดินบนพื้นเย็นๆ เป็นประจำทุกวัน เพราะรองเท้าประเภทนี้จะทำให้ส้นเท้าไปสัมผัสกับพื้นได้ง่ายและอาจทำให้ส้น เท้ายิ่งแตกมากขึ้น
วิธีดูแลส้นเท้าแตกในช่วงหน้าหนาว
วิธีดูแลส้นเท้าแตกในช่วงหน้าหนาว
วิธีการรักษาส้นเท้าแตกในหน้าหนาว
- นำเปลือกกล้วยมาถูในบริเวณส้นเท้าแตก จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จึงค่อยล้างออก โดยสารอาหารที่มีอยู่ในเปลือกกล้วยจะช่วยสมานส้นเท้าแตกได้เป็นอย่างดีเลยที เดียว
- เลือกใส่รองเท้าหุ้มส้นและเลือกรองเท้าที่พื้นภายในมีความนุ่ม และหมั่นใส่รองเท้าลำลองทุกครั้งที่เดินอยู่ภายในบ้าน ที่สำคัญควรใส่ถุงเท้าทุกครั้งที่ต้องใส่รองเท้าเพื่อไปไหนมาไหนด้วยเช่นกัน
- ในแต่ละวันให้แช่เท้าในน้ำสบู่ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ผิวบริเวณส้นเท้าที่แห้งแตก และมีความหยาบกร้านนิ่มลงและเนียนนุ่มมากขึ้น จากนั้นให้นำหินมาขัดถูในบริเวณส้นเท้า
วิธีดูแลส้นเท้าแตกในช่วงหน้าหนาว
วิธีดูแลส้นเท้าแตกในช่วงหน้าหนาว
- ใช้ครีมนวดทาส้นเท้าให้ทั่ว เพื่อให้ครีมที่ใช้สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวในบริเวณส้นเท้าไปอย่างทั่วถึงจน ผิวมีความชุ่มชื้นขึ้นอีกครั้ง
- กลับจากการทำงาน ให้หมั่นทำความสะอาดและบำรุงส้นเท้าเสมอ โดยนำเท้ามาแช่น้ำอุ่นที่ผสมสบู่ประมาณ 10-15 นาที แล้วตามด้วยเช็ดเท้าให้พอหมาด จากนั้นทาครีมสูตรพิเศษที่ผสมระหว่างวาสลีนและมะนาวครึ่งลูก ชโลมลงบนผิวบริเวณส้นเท้า จะช่วยรักษาส้นเท้าแตกได้เป็นอย่างดี
- สร้างความอ่อนนุ่มให้บริเวณผิวส้นเท้าแตกด้วยกลีเซอรีนและน้ำกุหลาบ วิธีนี้จะเห็นผลได้เร็วเมื่อทำเป็นประจำทุกวัน
หน้าหนาวแบบนี้ ปัญหาส้นเท้าแตกถือเป็นเรื่องปกติที่หลายคนต้องเจอ ดังนั้นคุณจึงควรรับมือกับมันให้ดี เพื่อรักษาผิวบริเวณส้นเท้าให้เนียนสวยไม่แห้งแตกได้อีก

เกร็ดน่ารู้คู่การดูแลผิวให้สวยสุขภาพดีในทุกๆ วัน

อยากมีผิวที่ดูเรียบเนียนและ ขาวกระจ่างใส การดูแลผิวถือมีเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าหรือผิวกายก็ตาม ซึ่งวันนี้เราก็มีเกร็ดน่ารู้กับการดูแลผิวมาฝากกันด้วย รับรองว่าเมื่อทำแล้ว คุณจะมีผิวสุขภาพดีขึ้นอย่างแน่นอน ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลย
เกร็ดน่ารู้คู่การดูแลผิวให้สวยสุขภาพดีในทุกๆ วัน
เกร็ดน่ารู้คู่การดูแลผิวให้สวยสุขภาพดีในทุกๆ วัน
ทาโลชั่นบำรุงผิวเป็นประจำ
ควรทาโลชั่นบำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่ทั้งนี้จะต้องเลือกโลชั่นที่มีความเหมาะกับสภาพผิวของคุณด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบำรุงผิวมากที่สุดนั่นเอง โดยมีวิธีเลือกโลชั่นบำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละแบบดังนี้
- ผิวแห้ง ควรเป็นโลชั่นที่อุดมไปด้วยมอยเจอไรเซอร์ และมีส่วนผสมของ oil เพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น พร้อมลดริ้วรอยก่อนวัยด้วย
- ผิวมัน ควรเป็นโลชั่นที่ไม่มีส่วนผสมของ oil และมีมอยเจอไรเซอร์น้อยที่สุดหรือไม่มีเลย เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ผิวหน้ามันมากกว่าเดิมได้นั่นเอง
- ผิวบอบบาง ควรเป็นโลชั่นที่มีความอ่อนโยนต่อผิว และไม่ก่อให้เกิดการแพ้ได้ง่าย
เกร็ดน่ารู้คู่การดูแลผิวให้สวยสุขภาพดีในทุกๆ วัน
เกร็ดน่ารู้คู่การดูแลผิวให้สวยสุขภาพดีในทุกๆ วัน
เติมความชุ่มชื้น เนียนนุ่มด้วยปิโตรเลียมเจล
แค่ความชุ่มชื้นอาจยังไม่พอ ผิวจะมีต้องมีความเนียนนุ่มน่าสัมผัสด้วย และอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะช่วยในการเพิ่มความเนียนนุ่มให้แก่ผิวได้ดี ก็คือปิโตรเลียมเจลนั่นเอง เพียงแค่ทาเป็นประจำทุกวัน ก็จะทำให้ผิวของคุณมีสุขภาพดีได้ดั่งใจแล้ว อีกทั้งยังมีความอ่อนโยนต่อผิว ไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้ผิวเกิดการแพ้ได้อีกด้วย
เกร็ดน่ารู้คู่การดูแลผิวให้สวยสุขภาพดีในทุกๆ วัน
เกร็ดน่ารู้คู่การดูแลผิวให้สวยสุขภาพดีในทุกๆ วัน
ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง
แสงแดดนี่ล่ะคือตัวการทำร้ายผิวที่ต้องระวังเป็นอย่างมากกันเลย ดังนั้นก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง จึงควรทาครีมกันแดดอยู่เสมอ เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV ร้ายตลอดเวลาที่เผชิญกับแสงแดดนั่นเอง นอกจากนี้ อาจจะใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และเสริมด้วยหมวกสักใบ เพื่อป้องกันแสงแดดด้วยก็ได้
เกร็ดน่ารู้คู่การดูแลผิวให้สวยสุขภาพดีในทุกๆ วัน
เกร็ดน่ารู้คู่การดูแลผิวให้สวยสุขภาพดีในทุกๆ วัน
หลีกเลี่ยงการขัดผิวบ่อยๆ
การขัดผิว อาจช่วยให้ผิวมีความกระจ่างใส และดูขาวขึ้นได้ แต่หากทำบ่อยเกินไปก็อาจทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นและเกิดการแห้งกร้านได้ เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่ควรขัดผิวบ่อยมากนัก อย่างดีแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งหรือเดือนละ 2 ครั้งก็พอ
อยากมีผิวสุขภาพดี และดูขาวกระจ่างใสมากขึ้น เกร็ดน่ารู้เหล่านี้ช่วยคุณได้อย่างแน่นอน มาดูแลผิวให้เรียบเนียนด้วยเกร็ดน่ารู้เหล่านี้กันนะ

ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ

เมื่อแรกเริ่มรู้ตัวเองว่าเริ่มตั้งครรภ์ ก็จะเกิดความกังวลใจต่างๆ นานา และมักจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ด้วย วันนี้เราจึงนำความรู้เพื่อเตรียมรับมือของโรคต่างๆ เมื่อตั้งครรภ์มาแนะนำให้รู้กันว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นโรคอะไรจะต้องมี การดูแลพิเศษอย่างไรบ้าง
ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ
ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ
1.เบาหวาน
หากคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นเป็นเบาหวานอยู่แล้วอาจจะต้องควบคุมโรคอย่างระมัด ระวัง ด้วยการเช็คน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่ปกติอย่างสม่ำเสมอ โดยแพทย์จะให้อินซูลินในปริมาณที่เหมาะสม แต่ที่สำตัญนั้นตัวคุณแม่เองจะต้องระมัดระวังเรื่องของการกินให้ดีด้วย และจะต้องตรวจครรภ์บ่อยกว่าปกติ แต่ในบางรายอาจจะพบว่าเป็นเบาหวานอ่อนและมักจะหายไปหลังจากคลอดแล้ว
ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ
ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ
ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.diabetes-matters.com/
2.โลหิตจาง
ส่วนใหญ่ของหญิงตั้งครรภ์นั้นมักจะเกิดภาวะโลหิตจางเล็กน้อย เพราะร่างกายจะขาดธาตุเหล็กซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขด้วยการ เพิ่มธาตุเหล็กให้เพียงพอในระยะที่ตั้งครรภ์ รวมทั้งการเสียเลือดระหว่างการคลอดด้วย การป้องกันโลหิตจางนั้นสามารถทำได้ด้วยการทานอาหารที่หลากหลายครบทั้ง 5 หมู่โดยเน้นรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อแดงไม่ติดมัน ปลาทูน่า ผักโขม และผักปวยเล้ง เป็นต้น หากคุณแม่ตรวจพบว่าเป็นโลหิตจางแพทย์ก็จะทำการจัดยาเสริมธาตุเหล็กไว้ให้รับ ประทานด้วย
ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ
ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ
ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.babycenter.com/
3.ครรภ์เป็นพิษ
อาการเช่นนี้จะพบบ่อยในช่วงไตรมาสที่ 3 คือ จะมีความดันที่สูงเกิน 140/90 และน้ำหนักตัวของคุณแม่นั้นจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามอวัยวะส่วนต่างจะพบ ว่าบวม อีกทั้งยังตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะด้วย ถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการดังกล่าวจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และเมื่อไหร่ที่ความดันสูงจนไม่สามารถควบคุมได้อาจเกิดอันตรายถึงขั้นชักหมด สติได้ เพราะฉะนั้น คุณแม่จะต้องพักผ่อนให้เพียงพอ งดการทานอาหารรสเค็มจัด ถ้าหากมีอาการที่รุนแรงจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาลและแพทย์ อาจจะกระตุ้นให้เกิดการคลอดในทันที
ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ
ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ
4.มีโรคแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์
โรคแทรกซ้อนเหล่านี้ก็คือ โรคที่อาจจะเป็นอันตรายทั้งต่อคุณแม่และลูกน้อยได้ อีกทั้งยังอาจส่งพันธุกรรมไปถึงลูกได้อีกด้วย เช่น โรคธาลัสซีเมีย จึงต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
หากมีอาการที่ผิดปกติแพทย์จะทำการรักษา ดูแลตามอาการอย่างใกล้ชิด คุณแม่จึงไม่ต้องเป็นกังวล แต่หากมีอาการที่ปกติแพทย์ก็จะทำการรักษาตามปกติที่ดีที่สุดเช่นกัน นอกจากแพทย์จะดูแลแล้วสิ่งสำคัญคุณแม่จะต้องดูแลตัวเองให้ดีอยู่เสมอด้วยนะ คะ เพื่อตัวคุณเองและลูกน้อยในครรภ์