วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559

ข้อควรระวังของคุณแม่หลังคลอด

ข้อควรระวังของคุณแม่หลังคลอด
หลังจากคลอดบุตร ทุกคนก็จะโฟกัสไปที่ทารก โดยเฉพาะคุณแม่ท้องแรกที่อาจจะมีความกังวลเรื่องการเลี้ยงดูลูกอย่างมากมาย  แต่สำคัญไปกว่านั้น คือการที่คุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้พร้อมที่จะดูแลอีกชีวิตและหัวใจของเรา พร้อมๆไปด้วยนะคะ
  1. ควบคุมความเครียด เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ยากจะควบคุม ความเครียดส่งผลกระทบโดยตรงต่ออารมณ์และจิตใจ ยิ่งสำหรับคุณแม่ นอกจากมีผลโดยตรงกับการผลิตน้ำนมแล้ว  ลูกยังจะสัมผัสได้โดยตรงจากแม่ ผู้ที่ใกล้ชิดเค้ามากที่สุด โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลังคลอด อาจะทำให้คุณแม่มีอาการซึมเศร้า  จึงควรหมั่นสังเกตตัวเองว่าความเครียดมีผลกับการใช้ชีวิตมากเกินไปแล้วหรือ ยัง หากพบว่าตัวเองเป็นนานกว่าสี่สัปดาห์ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ ทั้งนี้ทางที่ดีคือให้คุณพ่อหรือหาผู้ช่วยมาช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆ เพื่อที่แม่จะได้มีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอ และทำให้ไม่เครียดจนเกินไป
  2. งดอาหารกลุ่มเสี่ยง เหมือนที่เคยงดระหว่างตั้งครรภ์ เช่นอาหารประเภทหมักดอง อาหารสดจำพวกปลาดิบ อาหารค้างคืน อาหารที่มีสารปรุงแต่งฯ  ควรเลือกทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ดื่มน้ำสะอาดเยอะ งดดื่มแอลกฮอล์ และดื่มนมหรือน้ำผลไม้แทน
  3. ออกกำลังกายแต่พอดีและค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง เพราะอาจกระทบกับแผลผ่าตัดหรือจากฝีเย็บบริเวณช่องคลอด จึงควรเริ่มออกกำลังหลังจากคลอด(ธรรมชาติ) 3 วันไปแล้ว หรือ 1 เดือน หากเป็นการผ่าคลอด
  4. หลีกเลี่ยงการยกของหนักเกินไป เพื่อฝีเย็บ หรือแผลที่ผ่าคลอดปริ ฉีกขาด
  5. งดการมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างที่ฝีเย็บยังไม่แห้งสนิท และยังมีน้ำความปลาไหลอยู่ เพื่อป้องกันแผลฉีก และติดเชื้อ  โดยปรกติแล้วควรรออย่างน้อย 6 สัปดาห์
  6. ไม่ใช้ยาที่นอกเหนือจากแพทย์สั่ง เว้นแต่จะได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ว่าปลอดภัยสำหรับการให้นม  หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาใด ๆ เบื้องต้นควรสอบถามเภสัชกรหรือตรวจรายชื่อยาที่ปลอดภัยกับการให้นมทุกครั้ง

4 เทรนด์แต่งหน้าสุดเอาท์ในปี 2016 ที่สาวๆ ควรบอกลา

นอกจากเทรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น และเทรนด์ทรงผมต่างๆ ที่ได้เอ้าท์ไปในปี 2016 แล้ว เทรนด์แต่งหน้าบางเทรนด์ก็กำลังจะเอ้าท์ไปด้วยเช่นกัน หากสาวๆ ยังคงแต่งตามเทรนด์ปีเก่าก็อาจทำให้คุณกลายเป็นตัวตลกที่ยังหลงเทรนด์อยู่ก็ เป็นได้
ดังนั้น ใครที่ยังคงแต่งหน้าด้วยเทรนด์เก่าๆ นี้อยู่ ควรรีบโยนทิ้งโดยด่วนเลย ไม่งั้นปี 2016 นี้คุณอาจกลายเป็นสาวๆ ที่เชยสุดๆ เลยล่ะ ว่าแต่จะมีเทรนด์อะไรบ้างนั้นเราไปดูกันเลย
4 เทรนด์แต่งหน้าสุดเอาท์ในปี 2016 ที่สาวๆ ควรบอกลา
4 เทรนด์แต่งหน้าสุดเอาท์ในปี 2016 ที่สาวๆ ควรบอกลา
1.ขนตาปลอมหนาเตอะ
ขนตาปลอมหนาเตอะ อาจทำให้ดวงตาของคุณดูกลมสวยมากขึ้น แต่บางครั้งมันก็ดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย ดังนั้นในปี 2016 นี้ ขาตาปลอมหนาเตอะจึงเป็นอีกเทรนด์หนึ่ง ที่ต้องรีบโยนทิ้งโดยด่วน ซึ่งหากใครไม่อยากตกเทรนด์ ก็เปลี่ยนมาใช้ขนตาปลอมแบบบางๆ แต่สวยเว่อร์จะดีกว่านะ
4 เทรนด์แต่งหน้าสุดเอาท์ในปี 2016 ที่สาวๆ ควรบอกลา
4 เทรนด์แต่งหน้าสุดเอาท์ในปี 2016 ที่สาวๆ ควรบอกลา
2.คอนทัวร์หน้าแบบจัดหนัก
การคอนทัวร์หน้าแบบจัดหนัก จะทำให้สาวๆ ดูดีและถ่ายรูปออกมาได้สวยเป๊ะมากขึ้น แต่สำหรับปี 2016 นี้ การจะคอนทัวร์หน้าแบบจัดหนักก็คงดูไม่ดีเท่าไหร่ เพราะเทรนด์นี้ได้ตกยุคไปแล้วนั่นเอง ซึ่งสำหรับปีนี้เทรนด์ที่กำลังติดท็อปมาแรง ก็คือการแต่งหน้าแบบใสๆ เป็นธรรมชาติมากกว่า
4 เทรนด์แต่งหน้าสุดเอาท์ในปี 2016 ที่สาวๆ ควรบอกลา
4 เทรนด์แต่งหน้าสุดเอาท์ในปี 2016 ที่สาวๆ ควรบอกลา
3.ลิปสติกประกายมุก เพิ่มเสน่ห์ให้กับริมฝีปาก
เชื่อว่าหลายคนคงจะมีลิปสติกประกายมุขอยู่ในกระเป๋าเครื่องสำอางไม่น้อย เลยทีเดียว เพราะลิปสติกแบบนี้เคยเป็นลิปที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์และความเร้าใจให้กับสาวๆ มาก่อน แต่ในปีนี้ ลิปสติกประกายมุขก็ได้ตกเทรนด์ไปแล้วเช่นกัน ขอบอกเลยว่าสาวคนไหนที่ยังนำมาใช้อยู่ อาจจะดูเป็นสาวเช้ย เชย โดยไม่รู้ตัวก็ได้นะ ทางที่ดีแนะนำให้เลือกทาลปสติกแบบธรรมดาตามด้วยลปกลอสแบบบางๆ ก็ทำให้ดูเวิร์คมากขึ้นแล้วล่ะ
4 เทรนด์แต่งหน้าสุดเอาท์ในปี 2016 ที่สาวๆ ควรบอกลา
4 เทรนด์แต่งหน้าสุดเอาท์ในปี 2016 ที่สาวๆ ควรบอกลา
4.ริมฝีปากดูอวบอิ่มแบบ ไคลี่ เจนเนอร์
ในช่วงปีที่ผ่านมา การมีริมฝีปากที่อวบอิ่มแบบ ไคลี่ เจนเนอร์ อาจจะเคยติดท็อปและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่สำหรับปีนี้ขอบอกเลยว่าเทรนด์นี้ได้ถูกปัดทิ้งไปอย่างไม่เหลือเยื่อใยเลย ล่ะ เพราะฉะนั้นสาวๆ คนไหนที่ยังคงฮิตการเติมแต่งริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มอยู่ล่ะก็ ควรรีบโยนทิ้งในทันที แล้วหันมาแต่งแต้มริมฝีปากอย่างพองามตามแบบธรรมชาติกันดีกว่า
ไม่อยากตกเทรนด์ ปี 2016 นี้ อย่าลืมรีบโยนเทรนด์แต่งหน้าสุดเอ้าท์เหล่านี้ทิ้งไปโดยด่วนเลยนะ ส่วนเทรนด์ที่กำลังฮิตมาแรงก็ต้องยกให้เทรนด์แต่งหน้าแบบธรรมชาติกันเลย เอาเป็นว่าเปลี่ยนลุคจากสาวเปรี้ยวจี๊ดมาเป็นสาวแบ๊วน่ารักก็ดีเหมือนกันนะ

รู้ไว้รับมือให้ทัน! ปัญหาสุขภาพผู้หญิงก่อนเข้าสู่วัยทอง

วัยทอง เป็นวัยที่รังไข่หยุดการทำงาน ไม่มีการตกไข่ ไม่มีการผลิตฮอร์โมนเพศหญิง เมื่อผู้หญิงที่ไม่มีการตกไข่และไม่มีประจำเดือน วัยทองจึงหมายความว่า “ วัยหมดประจำเดือน”
วัยทองของผู้หญิงในแต่ละคนนั้นจะมีอายุที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในช่วงอายุ ประมาณ 45-50 ปี ช่วงนี้เป็นช่วงที่ฮอร์โมนจะขาดหายไปจึงทำให้ผู้หญิงต้อง เจอกับปัญหาทางสภาพจิตใจ ด้านร่างกาย และอารมณ์ เราจึงมีข้อแนะนำดีๆ มาฝากกันเพื่อที่หญิงวัยทอง จะได้ดูแลตัวเองให้ดีและสามารถใช้ชีวิตให้มีความสุขได้ดีในช่วงวัยทอง
รู้ไว้รับมือให้ทัน! ปัญหาสุขภาพผู้หญิงก่อนเข้าสู่วัยทอง
รู้ไว้รับมือให้ทัน! ปัญหาสุขภาพผู้หญิงก่อนเข้าสู่วัยทอง
1.ช่วงเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น
ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่รังไข่เริ่มผลิตฮอร์โมนจึงทำให้ระดับฮอร์โมนนั้นไม่ มีความคงที่ จึงส่งผลให้อารมณ์แปรปรวนได้ง่าย หงุดหงิดง่าย ตอบสนองต่อความไม่พอใจได้เร็วและรุนแรงได้ง่ายอาการเหล่านี้จะหายไปเมื่อ ระดับฮอร์โมนนั้นเริ่มคงที่
2.ช่วงเริ่มตั้งครรภ์ ในช่วง 3 เดือนแรก
ระดับฮอร์โมนนั้นจะสูงมากจึงทำให้หญิงท้องมีความอ่อนไหวง่ายนั่นเอง
3.ช่วงหลังคลอด
ช่วงหลังคลอดนี้ฮอร์โมนตกลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำให้มีอาการความรู้สึกทุกข์ใจเศร้าใจได้ง่ายโดยไม่มี เหตุผล รู้สึกท้อแท้ ในช่วงนี้จะมีอาการคล้ายคล้ายกับคนจิตตก
รู้ไว้รับมือให้ทัน! ปัญหาสุขภาพผู้หญิงก่อนเข้าสู่วัยทอง
รู้ไว้รับมือให้ทัน! ปัญหาสุขภาพผู้หญิงก่อนเข้าสู่วัยทอง
4.ช่วงใกล้มีประจำเดือน
ผู้หญิงจะรู้ดี ในช่วงนี้ก่อนประจำเดือนมา 4-5 วัน ก่อนประจำเดือนมานั้นจะมีอารมณ์ที่น่ากลัวเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย นอนไม่ค่อยหลับตัวบวม แต่เมื่อถึงเวลาที่ประจำเดือนมาก็จะมีอาการที่เริ่มเป็นปกติ
5.ช่วงเข้าสู่วัยทอง
ช่วงนี้ฮอร์โมนจะลดลงมากจึงทำให้มีอาการได้หลายอย่างคือ
- อาการทางระบบประสาท คือจะมีอาการร้อนวูบวาบ ใจสั่น นอนไม่หลับ อาการแบบนี้อาจจะส่งผลต่อสภาพจิตใจและอารมณ์ได้ บางครั้งอาจเกิดอาการทางจิตประสาทได้
- อาการทางจิตและอารมณ์ คือจะมีอาการกระวนกระวาย หงุดหงิดได้ง่ายมาก ไม่มีสมาธิ หลงลืมได้ง่าย และที่สำคัญอาจเป็นโรคซึมเศร้าได้ด้วย
รู้ไว้รับมือให้ทัน! ปัญหาสุขภาพผู้หญิงก่อนเข้าสู่วัยทอง
รู้ไว้รับมือให้ทัน! ปัญหาสุขภาพผู้หญิงก่อนเข้าสู่วัยทอง
- อาการระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ เมื่อร่างกายหยุดผลิตฮอร์โมนเอสโตเจนจะส่งผลทำให้ช่องคลอดแห้ง ในรายที่เป็นมากนั้น ก็จะมีอาการรู้สึกเจ็บมากที่อวัยวะเพศเมื่อมีเพศสัมพันธ์จึงอาจทำให้มีอาการ ทางเพศลดน้อยลงได้
- อาการอื่นที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น อาจมีอาการตาแห้ง ผิวแห้ง ชาปลายมือปลายเท้า ปวดตามตัว บางคนก็จะมีอาการคันยุบยิบเหมือนกับมีแมลงมาไต่ตามตัวเป็นต้น
เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้ที่มีอาการวัยทองจึงจำเป็นที่ต้องพบแพทย์แต่จะจำเป็นมากหรือน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับอาการที่ที่เกิดขึ้นนั้นสร้างความเดือดร้อน หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตาม หญิงวัยทองนั้นควรที่จะดูแลตัวเองให้ดีนะคะเพื่อที่จะได้มีสุขภาพที่เป็น ปกติแข็งแรงนั่นเอง