วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

9 เทคนิค แก้ปัญหานอนไม่หลับ



9 เทคนิค แก้ปัญหานอนไม่หลับ

9 เทคนิค แก้ปัญหานอนไม่หลับ


นอนไม่หลับ เป็นปัญหาใหญ่ของหลายคน ดังนั้นวันนี้เราขอนำเสนอ 9 วิธีเพื่อเพิ่มคุณภาพการนอนและส่งเสริมให้เกิดสุขภาพดี แก้ปัญหานอนไม่หลับของคุณค่ะ
ตามวิธีของนายแพทย์เดวิด ไซมอน ผู้อำนวยการศูนย์สาธาณสุขโชปร้าในลาโจลา แคลิฟอร์เนีย (The Chopra Center for Well Being in La Jolla,Calif.) และคณะ แนะนำไว้อย่างนี้
1. สร้างทัศนคติเรื่องการนอนเสียใหม่ บางคนมีความคิดว่าการนอนเป็นการเสียเวลาและเป็นการปล่อยให้ตัวเองสบายจนเกิน ไป ทำให้ไม่ให้ความสำคัญกับการนอน ลองคิดเสียใหม่ว่าการนอนคืนละ 7-8 ชั่วโมง เป็นการชาร์ตพลังงานร่างกายให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าในวันถัดไป

2. เข้านอนให้เช้าขึ้น เพราะการนอนแต่หัวค่ำและตื่นเช้า กับการนอนดึกแล้วตื่นสายใช้เวลาในการนอนเท่ากัน แต่การนอนแต่หัวค่ำและตื่นเช้าจะทำให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่าในการทำ งานได้ดีกว่า

3. เปลี่ยนบางกิจกรรมที่ทำให้คุณเข้านอนดึก เช่น หากติดรายการทีวีภาคดึกก็อาจจะอัดเทปไว้ดูในวันอื่นแทน เพื่อจะได้เข้านอนให้เร็วขึ้น หรือยกหูโทรศัพท์ออกทันทีในตอน 4 ทุ่ม หากคุณมักจะมัวแต่เม้าท์เพลินจนเข้านอนดึก


4. เข้านอนในเวลาเดียวกันให้เป็นกิจวัตร ช่วงเวลานอนที่เหมาะสำหรับคนส่วนใหญ่คือ 22.00 น.ถึง 6.00 น. หรือ 8.00 น. ลองเลือกเวลาเข้านอนที่เหมาะกับตัวคุณเอง และปฏิบัติตามนั้น ไม่เว้นว่าจะเป็นวันหยุด เพื่อให้นาฬิการ่างกายไม่สับสน เพราะร่างกายจะพักผ่อนได้เต็มที่จากการหลับลึกในช่วงครึ่งแรกของการนอน ทำให้ตื่นเช้าได้ง่ายขึ้น

5. หรี่ไฟให้สลัว หลังจากเลือกเวลาเข้านอนแล้ว ก่อนจะเข้านอนสัก 1 ชั่วโมงให้คุณเตรียมร่างกายเสียก่อนด้วยการหรี่ไฟหัวเตียงให้ลดความสว่างลง เพื่อเตรียมสมองว่าจะได้เวลาพักผ่อนแล้วนะ จากนั้นหยุดกิจกรรมทั้งหลาย หากจะอ่านหนังสือหรือดูทีวีก็เลือกเรื่องที่ไม่ตื่นเต้นผาดโผนนัก

6. ทำให้ง่วง หากคุณยังไม่คุ้นกับการเข้านอนที่เร็วขึ้น ลองใช้วิธีเหล่านี้ช่วยให้ง่วงได้ง่ายขึ้น โดยอาบน้ำอุ่นร้อนขนาดที่คุณรู้สึกว่าพอดี สัก 45 นาทีก่อนเข้านอน เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อและจิตใจผ่อนคลาย จากนั้นดื่มชาคาโมไมล์อุ่นๆสักถ้วย เครื่องดื่มอุ่นจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

7. ป้องกันการรบกวน ปรับอุณหภูมิห้องนอนให้พอดี เพราะอุณหภูมิที่หนาวหรือร้อนเกินไปอาจทำให้คุณตื่นกลางดึก และหากมีโทรทัศน์อยู่ในห้องนอนก็ควรตั้งเวลาหรือปิดให้เรียบร้อยก่อนนอน เพื่อไม่ให้แสงและเสียงจากทีวีจะรบกวนสมองของคุณแม้ในเวลาหลับ

8. อย่าลืมติดตั้งไฟกลางคืนไว้ในห้องน้ำ เพราะหากตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกแล้วต้องมาเจอกับแสงสว่างจ้าแยงตา จะทำให้คุณตาค้างและนอนหลับต่อได้ยาก

9. ทำจิตใจให้สงบ หากตื่นขึ้นมากลางดึก ลองนอนสงบใจด้วยการสูดลมหายใจเข้าทางจมูกช้าๆพร้อมกับคิดถึงที่ซึ่งคุณ รู้สึกผ่อนคลาย แต่ถ้าคุณรู้สึกกังวลหรือกระสับกระส่ายจนนอนไม่หลับ ให้ลุกขึ้นไปเปิดเพลงเบาๆ ฟังภายใต้แสงไฟสลัวๆ วางกระเป๋าน้ำร้อนที่ท้อง ซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย และกลับไปนอนอีกครั้งเมื่อรู้สึกง่วง

ขอให้มีความสุขกับการนอนและตื่นเช้าขึ้นมาอย่างสดชื่นทุกคนค่ะ

"ทำตาสองชั้น" ศัลยกรรมอินเทรนด์


"ทำตาสองชั้น"  ศัลยกรรมอินเทรนด์

"ทำตาสองชั้น" ศัลยกรรมอินเทรนด์

เรื่องน่ารู้ของศัลยกรรมเสริมสวยตา ศัลยกรรมความงาม คือนวัตกรรมที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึก ว่าความสวยของรูปลักษณ์เป็นเรื่องไม่ยากต่อการเป็นเจ้าของ และศัลยกรรมที่นิยมทำกัน ทั้งผู้หญิงและผู้ชายนอกจากเรื่องเสริมจมูกก็คือ "ทำตาสองชั้น" มีอะไรบ้าง ที่ควรรู้เกี่ยวกับศัลยกรรมตา มา"คุยกับหมออ่อน" กัน
หลักการของการทำศัลยกรรมนี้ ก็คือการทำศัลยกรรมบริเวณเปลือกตา หรือที่ตาชั้นบนของเรานั่นเอง ซึ่งรวมถึงการทำให้เกิดตาสองชั้นในแบบที่ต้องการ และการมัดปรับความตึงของกล้ามเนื้อตา ในกรณีของคนที่ตาผิดปกติตั้งแต่กำเนิด เช่น ตาปรือ เห็นตาดำน้อยขณะลืมตา ทำให้หน้าดูง่วงนอนตลอดเวลา เป็นต้น ซึ่งความจริงในทางปฏิบัติของศัลยกรรม ตาสองชั้นก็คือ การทำให้ชั้นตาทั้งสองข้างมีความเท่ากันร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นยากมาก อย่างไรก็ตาม ศัลยแพทย์ที่ดี ก็จะพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้ชั้นตาและดวงตาหลังผ่าตัดที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมากที่สุด
"ในการทำตาสองชั้นนี่ ถ้าต่างกันแค่ครึ่งมิลก็เห็นได้ชัดแล้วครับ การเตรียมการทำทุกอย่างจึงต้องเป๊ะที่สุด เช่นการวัดระยะ ก็ต้องใช้คาลิปเปอร์วัด ไม่ใช่ใช้แค่การเดาว่าเท่ากัน ซึ่งศัลยแพทย์ ก็ต้องอธิบายคนไข้ให้เข้าใจความจริงข้อนี้ เพื่อให้คาดหวังในสิ่งที่เป็นไป ได้จริงหรือ realistic expectation" คุณหมออ่อนอธิบาย
" ความยากของการทำตาสองชั้นก็คือ มันไม่ใช่แค่เรากรีดหนังเปลือกตาแล้วเย็บ เพราะถ้าทำแค่นั้น เวลาลืมตาก็จะยังเป็นตาชั้นเดียวเหมือนเดิม แต่ความจริงก็คือ ผิวหนังเปลือกตาของเรา จะมีกล้ามเนื้อเหมือนไฟเบอร์บางๆ เกาะอยู่ เมื่อเราลืมตากล้ามเนื้อนั้นก็จะดึงผิวหนังส่วนตาให้เปิดออกไปด้วย การทำตาสองชั้น จึงหมายถึงเราต้องเข้าไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้างในของกล้ามเนื้อให้สามารถ ใช้งานได้จริง และยังมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องวิเคราะห์ให้รอบตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ศัลยแพทย์ต้องเข้าใจโครงสร้างและกลไกภายในของเปลือกตาเป็นอย่างดี จึงจะทำให้ผลการผ่าตัดออกมาใกล้กับที่คาดหวังไว้มากที่สุดครับ"
สัญญาณอันตราย

"ปัญหาของการทำศัลยกรรมตาสองชั้น นอกจากเรื่องความสวยงามและความไม่เท่ากันแล้วก็คือ เมื่อทำแล้วอาจเกิดกล้ามเนื้อตาบาดเจ็บ ทำให้ลืมตายากหรือต้องใช้แรงลืมตามากกว่าปกติ ถ้าเสียหายหนักกว่านั้นก็คือ การมีเลือดออกในเปลือกตา จะมีตาบวมผิดปกติ ซึ่งจะเห็นอาการนี้ได้ภายในสัปดาห์แรกที่ทำครับ โดยปกติแล้ว หลังทำศัลยกรรมตาสองชั้น จะมีอาการบวมมากที่สุด 48 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด จากนั้นก็จะลดลงเรื่อยๆ แต่หากบวมมากขึ้น ก็ถือว่าผิดปกติ ควรรีบกลับไปพบแพทย์ที่ทำให้ครับ"
"คุยกับหมออ่อน" กับนิตยสารเฮอร์เวิลด์ ประเทศไทย

"สิ่ง ที่น่าห่วงก็คือ ข้อมูลศัลยกรรมความงามนั้น บางข้อมูลก็มักถูกบิดเบือนด้วยวิธีของการตลาด จึงควรหาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่นบทความของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่ง หรือบทความวิชาการจากโรงเรียนแพทย์ ที่ไม่ใช่บทความจากผู้เชี่ยวชาญความงามด้านการตลาด จึงะเป็นบทความที่สามารถ เชื่อถือได้นะครับ" - คุณหมออ่อน

นายแพทย์กิดากร กิระนันทวัฒน์ อาจารย์แพทย์ สาขาวิชาศัลยศาสตร์ตกแต่ง คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี, คณะกรรมการประชาสัมพันธ์ สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย

สามารถ หาข้อมูลศัลยกรรมตกแต่ง และตรวจสอบรายชื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งได้ที่เว็บไซด์สมาคม ศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย www.plasticsurgery.or.th และสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศ ไทย www.surgery.or.th

ผิวสวยใส ในฤดูฝน ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ารู้จักป้องกัน


ผิวสวยใส ในฤดูฝน ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ารู้จักป้องกัน

ผิวสวยใส ในฤดูฝน ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ารู้จักป้องกัน

ฝนตกอย่างต่อเนื่อง แสดงถึงฤดูฝนที่มาเยือนแล้ว ซึ่งก็ทำเอาคนรอบๆ ตัวไม่สบายไปหลายคน ทั้งโรคทั่วไปและปัญหาโรคผิวหนัง หากไม่อยากป่วยก็ต้องเตรียมรับมือกันให้พร้อม เริ่มตั้งแต่ดูแลสุขภาพให้ แข็งแรงนั่นก็คือกินอิ่มด้วยอาหารที่ครบคุณค่าทางโภชนา การนอนหลับอย่างเพียงพอ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สุดท้ายก็คือการป้องกัน

วันนี้ แพทย์หญิง เพ็ญลดา ครุธโกษา (หมอแหวว) แพทย์ผิวหนังจากเอเม่คลินิก (Aime' Clinic) มีข้อมูลโรคว่าผิวหนังอะไรที่พบบ่อยในสถานการณ์เปียกปอนชุ่มฉ่ำเฉอะแฉะมากฝาก

- โรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราไม่ว่าจะเป็น น้ำกัดเท้าหรือเชื้อราที่เท้า, กลาก-เกลื้อน หรือที่เรามักเรียกว่าอาการคันในร่มผ้านั่นเอง ซึ่งสามารถเกิดได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เรียกว่าตั้งแต่ปลายผมจรด ปลายเล็บกันเลยทีเดียว จริงๆ แล้วเชื้อราสามารถพบได้ในผิวหนังของคนปรกติ แต่จะไม่ก่อโรคจนกว่าร่างกายเราสร้างสภาวะแวดล้อมให้ราเจริญเติบโตได้ นั่นก็คือการสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกชื้นอยู่เป็นระยะเวลานานและผู้ที่ มีภูมิคุ้มกันผิดปรกติ นอกจากความเปียกชื้นของเสื้อผ้าที่เป็นปัจจัยส่งเสริมให้ราสามารถเจริญ เติบโตได้แล้ว การที่ผิวหนังเปียกชื้นเป็นเวลานาน ผิวจะอ่อนนิ่มกว่าปกติทำให้เกิดบาดแผลได้ง่าย ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราสามาถรุกรานเข้าสู่ผิวหนังเพื่อก่อให้เกิด โรคง่ายขึ้น
- โรคผิวหนังอักเสบที่เกิดจากการแพ้ อุณภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่สูง จะทำให้ผิวหนังที่อ่อนแอได้ง่าย เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี ในคนที่เป็นภูมิแพ้ผิวหนังอยู่แล้ว จะ ทำให้ผิวหนังอ่อนแอมากขึ้น อาจมีอาการกำเริบได้โดยไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน หรืออาจมาจากการที่สัมผัสน้ำฝนที่ผ่านการชะล้างทั้งจากมลพิษในอากาศ หรือ น้ำที่ผ่านอาคารบ้านเรือน มาสัมผัสผิวของเรา ประกอบไปด้วยเชื้อโรค ฝุ่นละอองหรือสารเคมี ทำให้เกิดผื่นคันตามที่ต่างๆ อาจจะแค่ใบหน้า หรือ ทั่วทั้งร่างกายเลยก็สามารถเกิดขึ้นได้ ดัง นั้นการดูแลผิวหน้าที่จริงขั้นตอนคงไม่ต่างจากเดิม แต่ต้องเอาใจใส่และทำอย่างสม่ำเสมอกว่าฤดูอื่นๆ หากใบหน้าสัมผัสน้ำฝนแล้วมีอาการคัน อย่ารอช้าหรืออิดออดที่จะทำความสะอาดโดยเร็ว
- ปัญหาสุขภาพผิวหนังอีกอย่างที่พบได้บ่อยในหน้าฝน คือ"กลิ่นตัว" แม้จะไม่ถึงขนาดเป็นโรค แต่ก็เป็นปัญหาที่น่ารำคาญอีกเรื่อง ที่จัดว่าใหญ่โตเลยทีเดียวอากาศ ที่ร้อนทำให้เรามีเหงื่ออกมากร่วมกับความชื้นในอากาศมากจะทำให้เหงื่อไม่ ระเหยไป ทำให้ผิวหนังมีความอับชื้น ก่อให้เกิดกลิ่นตัวได้มากกว่าปกติ นอกจากนี้ในหน้าฝนไม่ค่อยมีแสงแดด การซักเสื้อผ้าผึ่งแดดก็ไม่ค่อยแห้งสนิท ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับได้ ซึ่งหากบวก 2อย่าง เข้าด้วยกัน กลายเป็นกลิ่นมาดามหอมชื่นใจกันเลยทีเดียว คงไม่มีใครอยากนั่งใกล้คนกลิ่นตัวแรงเป็นแน่ แม้จะหน้าตาดีเท่าไหร่ก็ตาม เสียบุคลิกภาพอย่างแรง
- สิ่งที่มาคู่กับฤดูฝนอีกอย่างก็คือแมลงสัตย์กัดต่อย แมลงหลากหลายชนิดจะชุกชุมเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ยุง หมัด ไร ด้วงก้นกระดกและอื่นๆ หากโดนกัดเข้า ก็อาจก่อให้เกิดเป็นตุ่มร่วมกับอาการคัน พอคันแล้วก็ต้องเกา เมื่อเกาแล้วก็อาจเกิดแผลเป็นตามมาได้ แต่ถ้าแพ้ก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้น สาวๆ ที่ไม่อยากขาลาย อาจต้องพกของจำพวกป้องกันแมลงไว้ในกระเป๋าบ้างก็ดี นอกจากนี้แมลงเหล่านี้ยังเป็นพาหะของโรคทางกายอีกหลายชนิดอีกด้วย
โดยสรุปแล้ว ถ้าสังเกตให้ดี จะเห็นว่าสาเหตุของโรคส่วนใหญ่มาจากสัมผัสน้ำที่สกปรกหรือปล่อยให้ผิวหนัง อับชื้นอยู่เป็นระยะเวลานาน ดังนั้นการป้องกันอันดับแรกคือหลีกเลี่ยงการเหยียบย่ำน้ำ หรือตากฝน จึงควรพกอุปกรณ์กันฝนไว้บ้าง สวมใส่เสื้อผ้าที่แห้งง่าย และไม่ฟิตจนเกิดไปเพื่อไม่ให้เกิดการเสียดสี หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อกลับถึงที่พัก เมื่อกลับถึงบ้านควรรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชำระล้างคราบสกปรกออกโดยเร็ว แล้วอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย โดยใช้สบู่หรือสารทำความสะอาดทั่วไป ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อชนิดพิเศษหลังจากนั้นควรเช็ดตัวให้แห้ง หากตากฝนจนผมเปียก ควรสระผมเลย เนื่องจากในน้ำฝนอาจมีเชื้อไวรัสปนเปื้อนมาด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่เวลาเราตากฝนแล้วมักจะเป็นหวัด

ผิวสวยรับสายฝนไม่ใช่เรื่องยากการป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคนั้นง่ายกว่า การรักษาหลังจากที่เกิดโรคขึ้นแล้วซึ่งการป้องกันนี้ก็ง่ายมากๆอย่างที่หมอ ได้แนะนำไปในข้างต้น แต่หากเกิดปัญหาขึ้นแล้วแนะนำพบแพทย์ดีกว่าการซื้อยาทาเองนะคะเพราะการใช้ยา ไม่ถูกวิธีอาจทำให้อาการเลวร้ายลงได้หวังว่าคุณผู้อ่านทุกๆท่านจะสามารถผ่าน ฝนนี้ไปได้อย่างมีความสุขพร้อมกับสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้ เจ็บและผิวสวยใสไร้ริ้วรอยเตรียมต้อนรับหน้าหนาวนะคะ