วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559

5 สาเหตุควรเฝ้าระวัง! ก่อนตะคริวเล่นงานสุขภาพ

หลายคนคงจะเคยเป็นตะคริวกันมาบ้างอยู่ แล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าตะคริวนั้นเกิดจากสาเหตุอะไรและสามารถป้องกันได้ หรือไม่ ซึ่งในบทความนี้เราก็ได้รวบรวม 5 สาเหตุของการเป็นตะคริวมาฝากกันด้วย เมื่อรู้แล้วคุณจะสามารถดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากตะคริวได้ไม่ยากอย่างแน่นอน
5 สาเหตุควรเฝ้าระวัง! ก่อนตะคริวเล่นงานสุขภาพ
5 สาเหตุควรเฝ้าระวัง! ก่อนตะคริวเล่นงานสุขภาพ
1.เกิดการเสียสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย
เมื่อเกลือแร่ในร่างกายเกิดการเสียสมดุล ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นตะคริวได้ง่ายเช่นกัน โดยสาเหตุที่ทำให้เกลือแร่เสียสมดุล ก็คือ การเสียเหงื่อมากเกินไป ท้องเสีย หรืออยู่ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อเสริมเกลือแร่ให้ แก่ร่างกาย พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากจนเกินความจำเป็น
2.โรคร้ายแอบแฝง
การเป็นตะคริวบ่อยๆ ก็อาจเกิดจากสาเหตุของการมีโรคร้ายแอบแฝงได้เหมือนกัน ดังนั้นหากคุณเป็นตะคริวบ่อยเกินไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคได้ทันนั่นเอง
5 สาเหตุควรเฝ้าระวัง! ก่อนตะคริวเล่นงานสุขภาพ
3.ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นตะคริวได้เหมือนกัน ทั้งนี้ก็เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้เราเสียน้ำเป็นจำนวนมากจากการ ปัสสาวะบ่อยๆ เป็นผลให้ร่างกายและกล้ามเนื้อขาดน้ำด้วยนั่นเอง ซึ่งก็สามารถป้องกันได้ด้วยการลดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงหรือจะ เลิกไปเลยก็ดีมากเลยล่ะ
4.ใช้งานกล้ามเนื้อหนักเกินไป
การใช้งานกล้ามเนื้อหนักเกินไป อาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการเมื่อยล้าจนส่งผลให้เป็นตะคริวได้ เช่น การออกกำลังกายหนัก ยกของหนักๆ หรือต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานาน ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการหลีกเลี่ยงการใช้งานกล้ามเนื้อหนักเกินไป หากต้องเดินหรือยืนนานๆ ก็ควรหยุดพักและยืดเส้นยืดสายบ้าง แค่นี้ก็ช่วยให้ห่างจากการเป็นตะคริวได้แล้ว
5 สาเหตุควรเฝ้าระวัง! ก่อนตะคริวเล่นงานสุขภาพ
5.ดื่มน้ำน้อย
ดื่มน้ำน้อยเกินไป ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดตะคริวได้เหมือนกัน ทั้งนี้ก็เพราะการดื่มน้ำน้อยจะทำให้เซลล์กล้ามเนื้ออยุ่ในภาวะขาดน้ำ ซึ่งก็ก่อให้เกิดอาการตะคริวจับได้ ซึ่งก็สามารถป้องกันได้ด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว แค่นี้ก็ลดความเสี่ยงต่อการเกิดตะคริวได้บ้างแล้ว
เมื่อเป็นตะคริวบ่อยๆ อย่าเพิ่งชะล่าใจ ควรรีบสำรวจสาเหตุของการเป็นตะคริวในทันที เพราะบางครั้งมันอาจจะเกิดจากสาเหตุของโรคแทรกซ้อนบางโรคก็ได้
ซึ่งก็ควรรีบแก้ไขโดยด่วน เพราะหากปล่อยไว้นานๆ อาการตะคริวก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้เช่นกัน นอกจากนี้ ตะคริวยังอาจจะเป็นอาการเตือนของโรคเบาหวานได้อีกด้วย

ไม่อยากเสียใจทีหลัง! แพทย์แนะ "คู่แต่งงาน" เช็กสุขภาพก่อนมี "เบบี๋"


ไม่อยากเสียใจทีหลัง! แพทย์แนะ "คู่แต่งงาน" เช็กสุขภาพก่อนมี "เบบี๋"

ไม่อยากเสียใจทีหลัง! แพทย์แนะ "คู่แต่งงาน" เช็กสุขภาพก่อนมี "เบบี๋"

สนับสนุนเนื้อหา
      เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่สร้างความทุกข์ใจให้กับครอบครัว คู่แต่งงานที่อยากจะมีลูกควรวางแผนการตั้งครรภ์ล่วงหน้า พญ.วีณา ครุฑสวัสดิ์ ผู้อำนวยการแพทย์และสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
      ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์การมีบุตรยาก กล่าวว่า โรคทางพันธุกรรมคือโรคที่มีความผิดปกติขององค์ประกอบของยีนหรือโครโมโซม เป็นโรคที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดและไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากฝั่งพ่อหรือแม่พบได้ 3-5% ของประชากรทั่วไป โดยโรคทางพันธุกรรมที่พบบ่อย และมักทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจอยู่เสมอก็คือ โรคธาลัสซีเมีย และโรคดาวน์ซินโดรม
      พญ.วีณากล่าวต่อว่า สำหรับโรคทางพันธุกรรมที่พบในแต่ละประเทศก็จะมีความแตกต่างกัน ทั้งในด้านอุบัติการณ์ ความชุกของโรค และความเสี่ยงที่จะพบความผิดปกติ ปัจจุบันทางการแพทย์ได้นำเทคนิคพีจีดี (PGD) มาตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมของตัวอ่อน และเลือกตัวอ่อนที่ปราศจากโรคทางพันธุกรรมและมีคุณภาพดีที่สุด ซึ่งเทคนิคพีจีดีนับเป็นเทคนิคที่แพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นวิธีการป้องกันการเกิดโรคทางพันธุกรรมได้ดีที่สุดในปัจจุบัน
     "โรคทางพันธุกรรม ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากจะติดตัวไปตลอดชีวิต ทำได้แต่เพียงบรรเทาอาการไม่ให้เกิดขึ้นมากเท่านั้น ดังนั้นจึงอยากแนะนำคู่สมรสทุกคู่ที่อยากมีลูก ควรวางแผนให้รอบคอบ และควรปฏิบัติ 5 ข้อดังต่อไปนี้ เพื่อการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์แบบ ได้แก่
      1.ตรวจร่างกาย เพื่อเตรียมความพร้อมในการตั้งครรภ์
      2.ตรวจเช็กว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ เพราะโรคประจำตัวบางโรค ถ้ามีต้องรักษาและควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่หมอกำหนด
      3.ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์
      4.ตรวจเช็กความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรมหรือโรคติดต่อทางพันธุกรรม
      5.งดการดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่" แพทย์หญิงวีณากล่าว

ข้อควรระวังของคุณแม่หลังคลอด

ข้อควรระวังของคุณแม่หลังคลอด
หลังจากคลอดบุตร ทุกคนก็จะโฟกัสไปที่ทารก โดยเฉพาะคุณแม่ท้องแรกที่อาจจะมีความกังวลเรื่องการเลี้ยงดูลูกอย่างมากมาย  แต่สำคัญไปกว่านั้น คือการที่คุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้พร้อมที่จะดูแลอีกชีวิตและหัวใจของเรา พร้อมๆไปด้วยนะคะ
  1. ควบคุมความเครียด เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ยากจะควบคุม ความเครียดส่งผลกระทบโดยตรงต่ออารมณ์และจิตใจ ยิ่งสำหรับคุณแม่ นอกจากมีผลโดยตรงกับการผลิตน้ำนมแล้ว  ลูกยังจะสัมผัสได้โดยตรงจากแม่ ผู้ที่ใกล้ชิดเค้ามากที่สุด โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลังคลอด อาจะทำให้คุณแม่มีอาการซึมเศร้า  จึงควรหมั่นสังเกตตัวเองว่าความเครียดมีผลกับการใช้ชีวิตมากเกินไปแล้วหรือ ยัง หากพบว่าตัวเองเป็นนานกว่าสี่สัปดาห์ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ ทั้งนี้ทางที่ดีคือให้คุณพ่อหรือหาผู้ช่วยมาช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆ เพื่อที่แม่จะได้มีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอ และทำให้ไม่เครียดจนเกินไป
  2. งดอาหารกลุ่มเสี่ยง เหมือนที่เคยงดระหว่างตั้งครรภ์ เช่นอาหารประเภทหมักดอง อาหารสดจำพวกปลาดิบ อาหารค้างคืน อาหารที่มีสารปรุงแต่งฯ  ควรเลือกทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ดื่มน้ำสะอาดเยอะ งดดื่มแอลกฮอล์ และดื่มนมหรือน้ำผลไม้แทน
  3. ออกกำลังกายแต่พอดีและค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง เพราะอาจกระทบกับแผลผ่าตัดหรือจากฝีเย็บบริเวณช่องคลอด จึงควรเริ่มออกกำลังหลังจากคลอด(ธรรมชาติ) 3 วันไปแล้ว หรือ 1 เดือน หากเป็นการผ่าคลอด
  4. หลีกเลี่ยงการยกของหนักเกินไป เพื่อฝีเย็บ หรือแผลที่ผ่าคลอดปริ ฉีกขาด
  5. งดการมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างที่ฝีเย็บยังไม่แห้งสนิท และยังมีน้ำความปลาไหลอยู่ เพื่อป้องกันแผลฉีก และติดเชื้อ  โดยปรกติแล้วควรรออย่างน้อย 6 สัปดาห์
  6. ไม่ใช้ยาที่นอกเหนือจากแพทย์สั่ง เว้นแต่จะได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ว่าปลอดภัยสำหรับการให้นม  หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาใด ๆ เบื้องต้นควรสอบถามเภสัชกรหรือตรวจรายชื่อยาที่ปลอดภัยกับการให้นมทุกครั้ง